Friday, December 19, 2008

ฟ้องศาลไหนดีล่ะ .. งงไปหมดแล้ว

จะฟ้องศาลทั้งที มันต้องมีความรู้หน่อย ว่าจะฟ้องศาลไหนได้บ้าง เล่นฟ้องสุ่มสี่สุ่มห้า ศาลยกฟ้องขึ้นมา .. เสียทั้งเวลา และ เสียทั้งเงิน นะจ๊ะ...

มาตรา 4 เลยจ้า

เอาง่าย ก็คือ ....
คำฟ้อง (กรณีคดีมีข้อพิพาท)
ให้ยื่นฟ้องศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ หรือ มูลคดีเกิดขึ้นที่ไหน ก็ฟ้องที่นั่น ก็ได้

คำร้อง (กรณีไม่มีข้อพิพาท) ให้ยื่นเสนอต่อศาลที่ มูลคดีเกิดขึ้น หรือ ตามภูมิลำเนาของจำเลย ก็ได้เช่นกัน


ขออธิบาย คำว่า ภูมิลำเนา หน่อยนะ.. อันนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดี ..

- ถิ่นที่อยู่อันสำคัญ ตาม ปพพ. ม.37
- ถ้ามีหลายที่สับไปมา ก็ให้ถือเอาที่ใดที่หนึ่ง ปพพ ม. 58
- ถ้ามีเจตนามีภูมิลำเนาเพื่อเฉพาะการใด ก็ให้เพื่อการนั้น ปพพ. ม.42
-ภูมิลำเนาของข้าราชการ คือ ถิ่นที่ทำการหน้าที่ ปพพ.ม.46
-ภูมิลำเนาของผู้เยาว์ คือ ภูมิลำเนาของผู้แทนโดยชอบธรรม ปพพ.ม.44
-๓ูมิลำเนาของนิติบุคคล คือ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือถิ่นที่ตั้งทำการ ปพพ.ม.69


แม๊ะ แหม...อะรัยมันจะง่ายป่านนั้น หุ หุ ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างทฤษฎีนั่นสิ เช่น

*กรณีจำเลยมีภูมิลำเนาหลายที่ และมูลคดีเกิดขึ้นหลายจังหวัด... ทำงัยล่ะที่นี้ ...
- ฟ้องได้ทุกที่เลยค่ะ เช่น ก ทำสัญญาจ้าง ข สร้างโรงงานที่จังหวัดขอนแก่น โดยตกลงทำสัญญากันที่ กรุงเทพ และ ข มีภูมิลำเนา สองจังหวัด คือ ชลบุรี กับ เลย ต่อมา ข ผิดสัญญา ถามว่า ก จะฟ้อง ข ที่ศาลจังหวัดใดได้บ้าง ...
คำตอบ คือ แยกเป็น สองกรณี คือ ถ้าเริ่มมีการก่อสร้างโรงงานที่ขอนแก่นแล้ว ก็สามารถฟ้อง ข ได้ทั้ง 4 จังหวัด คือ กรุงเทพ ขอนแก่น เลย และชลบุรี
แต่ถ้ายังไม่ได้เริ่มสร้างโรงงานเลย ก็สามารถฟ้อง ข ได้ สามจังหวัด คือ กรุงเทพ เลย และชลบุรี เท่านั้น ..


*กรีณีแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้าน แต่ไม่ยอมย้ายเข้าตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ ก็ให้ถือเอาถิ่นตามทะเบียนบ้านเดิม เป็นภูมิลำเนา จ้า

ต้องทำไรก่อน ถ้าฉันจะฟ้อง

วันนี้ขอเริ่มจากขั้นตอนแบบคร่าวๆ ตามความเข้าใจ (ส่วนตัว) ถึงการยื่นฟ้องศาลในคดีแพ่ง
ซึ่งต้องผ่านกระบวนการมากมาย ที่ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควรจึงขอสรุปง่ายๆ ดังนี้

1. ทำคำฟ้อง
2. ศาลรับคำฟ้อง
3. ทำคำให้การ
4. ศาลรับคำให้การ
5. ผู้พิพากษาดูคำฟ้องและคำให้การ
6. นัดพร้อม
7. นัดชี้สองสถาน
8. นัดพิจารณา
9. นัดคำพิพากษา

ที่นี้อาจจะ งง ...ใช่ไหม?? ว่า ไอ้ที่เรียกว่า คำฟ้อง คำให้การ นัดพร้อม ชี้สองสถาน คืออะไร
นี่แหละตัวปัญหา สำหรับนักเรียนอย่างดิฉัน ขอบอกอ่านมาเกือบเดือนแล้ว
ยังมาตราหนึ่งอยู่เลย .. ฮาฮา แบบว่า อ่าน วาง อ่าน วาง ง่ะ
หยิบตำราทีรัย ง่วง ทุ๊กที
หุ หุ หุ

--"

คำฟ้อง - คือ ข้อหาที่โจทก์เสนอต่อศาล ข้อหาที่โจทก์กล่าวหาจำเลย
จะทำด้วยวาจา (กรณีฟ้องศาลแขวงหรือคดีมโนสาเร่)หรือ ทำเป็นหนังสือก็ได้

คำให้การ - คือ ข้อแก้คำฟ้องที่จำเลยต้องยื่นต่อศาล จะทำเป็นหนังสือ หรือ แถลงด้วยวาจาในกรณีคดีมโนสาเร่ก็ได้

สรุป คือ เมื่อเกิดข้อพิพาท (ปัญหาที่จะฟ้องศาล) กันระหว่าง โจทก์ กับจำเลย หน้าที่แรกของฝ่ายที่จะฟ้อง (โจทก์) คือ ทำคำฟ้อง และเมื่อศาลรับคำฟ้องแล้ว ฝ่ายถูกฟ้อง (จำเลย) มีหน้าที่ ทำคำให้การ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาจ้า....

..............................................

เมื่อไร .. ฉันจะเรียนจบ!!

เนติฯ ภาคสอง
วิชา วิธีพิจารณาความแพ่ง
...................
หุ หุ ขึ้นชื่อวิชาก็หนาวแล้วค่ะ
จำได้ว่าสมัยสอบตอนเรียนป.ตรี
นั่งอ่านโจทย์ตั้งเกือบชั่วโมง
ไม่เข้าใจว่า อาจารย์ถามอะไร
แต่ก็พอเอาตัวรอดมาได้ ด้วยแรงถีบเต็มหลัง
60 คะแนนเป๊ะ..
...........................
ม๊ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
เรามาคุยกฎหมายแบบบ้านๆ กันดีกว่า

หมายเหตุ - สิ่งที่ฉันจะเขียนลงต่อจากนี้ไป มีเจตนาเพียงเพื่อทบทวนความเข้าใจ
ในสิ่งที่ตัวเองอ่านมาเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่นใด และหากมีข้อผิดพลาดหรือเข้าใจผิดประการใด
ได้โปรดชี้แนะ ด้วยนะคะ ..จักเป็นพระคุณอย่างสูง

...................................